นักวิ่งหน้าใหม่ เตรียมตัวอย่างไร

เปลี่ยนตัวเองจาก “นักอยากวิ่ง” เป็น “นักวิ่ง” เต็มตัว ต้องทำอย่างไร
• เตรียมใจให้พร้อม / รองเท้าวิ่งพร้อม
• Warm up & Cool down / Walk to Run
• หาข้อมูลเพื่อการวิ่งให้ไกลขึ้น

🏃🏼‍♀️ใจพร้อม พร้อมเปิดใจเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ เปลี่ยนไลฟ์สไตล์จากที่เคยใส่ส้นสูงมาใส่รองเท้าวิ่ง จากที่เคยนอนอยู่ในห้องแอร์ ต้องตื่นแต่เช้าเสียเหงื่อมาซ้อม ‘การเปลี่ยนชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นใจต้องมาก่อน’

🏃🏻 รองเท้าวิ่งคู่เดียวก็เริ่มวิ่งได้แล้ว อาจเพิ่มเติมด้วยการศึกษาเรื่องรองเท้าวิ่ง ว่าเรามีลักษณะการวิ่งอย่างไร วิ่งลงส้นเท้า กลางเท้า หรือปลายเท้า มีลักษณะเท้าล้มหรือไม่ เพื่อลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บ เพราะไม่มีรองเท้าวิ่งที่ดีที่สุด มีแต่รองเท้าที่เหมาะสมกับเราที่สุด นั่นเอง

🏃🏼‍♀️ เตรียมร่างกายให้พร้อมด้วยการ Warm up & Cool down ก่อนและหลังการออกกำลังกาย ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ช่วยลดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อและกระดูก และช่วยเรื่องระบบไหลเวียนเลือดและหัวใจ

🏃‍♂️Walk to Run ฝึกเดินเร็วๆ ก่อน เดินให้ได้เยอะๆ แล้วถึงวิ่ง เพื่อให้ร่างกายปรับตัว หลักการง่ายๆ ลองตั้งโปรแกรมหัดวิ่งเริ่มต้นที่ 30 นาทีต่อวัน โดยการฝึกวิ่งในแต่ละครั้ง ให้เริ่มฝึกด้วยการวิ่งสลับเดิน เช่น วิ่ง 2 นาที สลับไปเรื่อยๆ จนครบ 30 นาที ฝึกแบบนี้สัก 1 สัปดาห์ พอร่างกายเริ่มคุ้นเคยกับการวิ่ง เราก็เพิ่มการวิ่งให้เยอะขึ้นแล้วเดินให้น้อยลง และในสัปดาห์ที่สองปรับเป็น วิ่ง 3 นาที เดิน 3 นาที พอสัปดาห์ที่สาม ก็วิ่ง 4 นาที เดิน 2 นาที ค่อยๆ ปรับให้การวิ่งมีสัดส่วนเยอะกว่าการเดิน แต่ยังคงวิ่งสลับกับการเดินอยู่ อย่างน้อยสัก 7 -10 สัปดาห์ จึงเริ่มวิ่งรวดเดียวติดต่อกัน 30 นาที แล้วค่อยเพิ่มเวลาในการวิ่งจาก 30 นาทีเป็น 1 ชั่วโมง หรือเพิ่มระยะทางในการวิ่งให้ยาวขึ้น และซ้อมอย่างสม่ำเสมอ

🏃🏻 หาข้อมูลเพื่อกำหนดเป้าหมายในการวิ่งให้ไกลขึ้น อย่างการวิ่งมาราธอนซึ่งมีระยะทางให้เลือกหลากหลาย อาจเริ่มวิ่งด้วยระยะ ฟันรัน (Fun run) ระยะทาง 5 กิโลเมตร เหมาะกับคนที่เริ่มวิ่งหรือต้องการวิ่งเพื่อความสนุกสนาน เดินไป วิ่งไปคุยไป มินิฮาล์ฟ มาราธอน (Mini half-marathon) ระยะประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นระยะยอดฮิตและเหมาะสมกับการออกกำลังกาย แล้วยังเป็นระยะที่ใช้ฝึกซ้อมในการก้าวไปสู่การวิ่งมาราธอน ฮาล์ฟ มาราธอน (Half-marathon) ระยะทาง 21 กิโลเมตร หรือ 21.0975 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะทางมาตรฐานที่จัดแข่งขันระดับนานาชาติทั่วโลก ระยะนี้คือระยะของนักวิ่งที่จริงจังมากขึ้น บางคนซ้อมวิ่งฮาล์ฟ มาราธอนไปสัก 3-4 สนามแล้วถึงจะลงมาราธอน ต่อมาคือระยะที่หลายคนใฝ่ฝันอยากทำให้ได้สักครั้งในชีวิต นั่นก็คือ มาราธอน (Marathon) ระยะทาง 42.195 กิโลเมตร ที่เมืองไทยก็มีจัดอยู่หลายสนามที่ดังมากๆ ก็เช่นงาน Bangsaen42 ซึ่งพอลงสนามมาราธอนที่เมืองไทยไปสักระยะนึง นักวิ่งก็ใฝ่ฝันอยากไปลองสนามต่างประเทศบ้าง ที่คนไทยนิยมไปกันมากก็เช่นที่ประเทศญี่ปุ่น และสุดท้ายระดับของนักวิ่งมืออาชีพ อัลตร้า มาราธอน (Ultra-marathon) ระยะทางมากกว่า 195 กิโลเมตร เมื่อรู้เป้าหมายของตัวเองก็จะฝึก ก็วิ่งตามโปรแกรมที่เหมาะสมได้

👟 สุดท้าย กดติดตามเพจ STAGE Find The Real U เพื่อติดตามข้อมูลหลากหลายเกี่ยวกับกีฬาไว้ได้เลย อิอิ

พบ Sports Destination แห่งใหม่ ในกรุงเทพ เร็วๆ นี้
#FindTheRealU #STAGEFindTheRealU